วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วิวัฒนาการการศึกษาไทย ตอนที่ 2


คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 3

1. แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ      การศึกษาไทยยุคก่อน เป็นการจัดการศึกษาที่ไม่มีระบบและไม่มีแบบแผน คือ ไม่มีระบบโรงเรียน และชั้นเรียน วัดเป็นแหล่งให้ความรู้ มีพระภิกษุเป็นผู้สอนเพียงเพื่อประกอบอาชีพ วิชาความรู้ส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดไม่มีการจดบันทึกไว้ ใช้ความสามารถในการท่องจำมากกว่า

2. สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา การจัดการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย
ตอบ      เหมือนกัน เพราะ การจัดการศึกษายังคงมีวัดเป็นสถานที่ศึกษา มีพระภิกษุเป็นผู้สอนและยังคงมีผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเรียนได้

3. อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ      อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนทำให้บาทหลวงสอนศาสนาที่การสอนวิธีเรียนแบบตะวันตกรวมถึงการค้าขายกับชาติตะวันวันตก

4. การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีความก้าวหน้าอย่างไร
ตอบ      การจัดการศึกษาในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการเปลี่ยนแปลงไม่เด่นชัดมากนัก ชาวบ้านที่มีฐานะดีและข้าราชการ นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียนที่วัด และการจัดการศึกษาตอนต้นรัตนโกสินทร์ เริ่มนำวิทยาการใหม่ ๆ จัดพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาของไทย

5. แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ      หนังสือจินดามณีในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 27
แห่งสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231) ฝรั่งเศสได้มาติดต่อค้าขายและได้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ตั้งโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก และสอนวิชาการแบบยุโรป เกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส ต่อเรือ การก่อสร้าง ทำให้พระองค์เกรงว่าคนไทยจะหันไปสนใจเข้ารีตและนิยมฝรั่ง จึงทรงรับสั่งให้พระโหราธิบดี แต่งหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเป็นของตนเอง ชื่อ “จินดามณี” ใช้เริ่มอ่านจนกระทั่งหัดเรียนรู้วรรณคดีและอักษรศาสตร์ไทยชั้นสูง จึงทำให้เกิดแบบเรียนเล่มแรกของไทย

6. การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      การศึกษาแบ่งออกเป็นสองภาคคือ ภาคการศึกษาสำหรับทวยราษฎร์ ได้แก่ ประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับ มีความรู้ทั้งฝ่ายสามัญศึกษาและวิสามัญศึกษา มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับผิดชอบชั่วดี และภาคศึกษาพิเศษ เรียกว่ามัธยมศึกษา เรียนทั้งสามัญและวิสามัญ ไม่บังคับให้เรียนทุกคน

7. การจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      1. ตำบลที่เล่าเรียนคือที่ตั้งของวัดสถานที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนกันนั้นคือที่วัด
วัดเปรียบเสมือนโรงเรียนที่ใช่ในการศึกษา    
  2. โรงเรียนคือ ที่เรียนในวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ กุฏิและวิหาร
ในการเรียนนั้นจะเรียนกันตามที่ต่างๆในบริเวณวัด เพราะไม่มีห้องเรียน
3. นักเรียนและครู มี 3 ประเภทคือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด  บุคคลที่มาศึกษาเล่าเรียนและเ เป็นอาจารย์ผู้สอนคือภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
4. เวลาเรียน คือ ตอนพระว่าง ในการเรียนนั้นจะต้องรอให้พระว่างจากการทำกิจสงฆ์ก่อน
จึงจะสามารถมาสอนหนังสือ
5. เครื่องเล่าเรียนคือ กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายและปากกาไม้ไผ่
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายและปากกาไม้ไผ่
6. วิชาหนังสือคือ หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบ หนังสือที่เรียนรู้กันนั้นจะมีหนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบเพื่อใช้ในการเรียน
7. วิชาเลขคือ เลขคณิตวิธีต่าง ๆ วิชาที่เรียนนั้นจะเกี่ยวกับเลข จะสอนในเรื่องวิธีการคิดต่างๆเกี่ยวกับเลขคณิต
8. ข้อบังคับการเรียนคือ ระเบียบวินัย การลงโทษ และการชมเชย
ในการมาศึกษาเล่าเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบกติกาที่ได้กำหนดเอาไว้ ถ้าทำผิดก็ต้องลงโทษว่าไปตามผิด ถ้าทำถูกปฏิบัติถูกต้องก็จะได้รับคมชมเชยในทางที่ดี

8. การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทย ที่พระบรมมหาราชวังเป็นโรงเรียนแห่งแรกของไทย มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) เป็นอาจารย์ใหญ่   มุ่งที่จะฝึกคนเข้ารับราชการ เรียนภาษาไทย การคิดเลข และขนบธรรมเนียมราชการ

9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ      เห็นด้วย เพราะการปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันจะทำให้เปลี่ยนองค์กร องค์กรและตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ปฏิรูป 3 ระยะคือ จัดตั้งศูนย์ปฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนสำนักปฏิรูปเป็นสำนักงานโครงการนำร่อง และประกาศเขตพื้นที่การศึกษาอีกทั้งปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาทำให้เกิดการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาและหน่วยปฏิบัติมีอิสระ คล่องตัวมากขึ้นประชาชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมจัดการศึกษา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุกระดับ และผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามศักยภาพ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งหวังของคนไทยในเรื่องของคุณภาพของคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ ซึ่งเพื่อนำพาประเทศไปสู่สากล

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างไร
ตอบ      การจัดการศึกษาเตรียมเข้าสู่สมาคมอาเซียน สร้างความตระหนัก หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ต้องปรับระดับการศึกษาให้คุณภาพมีระบบมากขึ้น และต้องเตรียมบุคลากรครูและนักเรียนเพื่อรองรับสู่การแข่งขันกับประเทศในอาเซียน และขยายโอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัฒน์
สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ มีอยู่ 4ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียน จัดทำคู่มืออาเซียน ทำหลักสูตรอาเซียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา พัฒนาศักยภาพของนักการศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 2 คุณภาพและโอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสทางการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา บรรลุเป้าหมายเพื่อปวงชน ปีพ.ศ.2558 และเพิ่มคุณภาพการศึกษาการจัดมาตรฐานการศึกษา การศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนาวิชาชีพครู
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนและการจัดการศึกษาให้มีความเสมอภาค จัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและสภาพเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัฒน์
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรรายสาขาอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการศึกษา สนับสนุนการศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม การจัดการความเสี่ยงและภัยพิบัติ การจัดการศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน การจัดการศึกษาเพื่อป้องกันโรคเอดส์เป็นต้น

วิวัฒนาการศึกษาไทย ตอนที่ 1



1. ปรัชญาสารัตถนิยมปรัชญาสารัตถนิยมนั้นจะเน้นในด้านการเรียนรู้ การสร้างวินัยในตนเอง ครูผู้สอนและผู้เรียน การศึกษามาจากครูมิใช่ผู้เรียน ครูเป็นผู้ให้นักเรียนเป็นผู้รับ หลักสูตรเน้นเนื้อหาวิชาและวิธีสอนให้นักเรียนมุ่งรับรู้และจดจำใช้การปาฐกถาเข้าไป

2. ปรัชญานิรันตรนิยม
ปรัชญานิรันตรนิยม เกิดจากการสนธิคำจากคำว่า “สาระ+อัตถ”  ดังนั้น ปรัชญานิรันตรนิยม คือการศึกษาถึงเนื้อหาวิชาและแก่นสาระพื้นฐานส่วนสำคัญ  ปรัชญาสารัตถนิยมมาจากพื้นฐาน 2ปรัชญา ก็คือ ปรัชญาจิตนิยมและปรัชญาสัจนิยม โรงเรียนส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม เน้นระเบียบวินัยผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ใช้วิธีการบรรยายในการรับรู้ จดจำ ใช้การออกกำลังกายในการสร้างผู้เรียนให้มีวินัย

3.ปรัชญาพิพัฒนาการนิยมปรัชญาพิพัฒนาการนิยม เป็นปรัชญาที่เน้นการต่อต้านแต่การศึกษาแบบดั้งเดิมที่มักจะเน้นแต่เนื้อหาท่องจำอย่างเดียว ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ครูเป็นผู้จัดประสบการณ์หรือกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนรวมอยู่บนพื้นฐานและความสนใจของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องโดยเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริง ใช้วิธีสอนแบบปรัชญาตามหลักวิทยาศาสตร์ครูเป็นผู้ชี้แนะจัดกิจกรรม

4.ปรัชญาปฏิรูปนิยมปรัชญาปฏิรูปนิยม ปฏิรูป คือ การบูรณะหรือการสร้างขึ้นใหม่ ปฏิรูปนิยมจึงมุ่งการปฏิรูปสังคม ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าสังคมในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรมเป็นเหตุต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องหาทางสร้างค่านิยมและแบบแผนของสังคมขึ้นใหม่ เน้นหาค่านิยม สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมอีกทั้งต้องเตรียมคนสู่สังคมใหม่พัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ปฏิรูปนิยมมีพื้นฐานมาจากปรัชญาปฏิบัตินิยม ผสมผสานกับปรัชญาพิพัฒนาการโรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรมอย่างอิสระ ยืดหยุ่น ผู้เรียนได้รับประสบการณ์และทักษะตามวิถีทางประชาธิปไตย

5.ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (existentialism)ปรัชญาอัตถิภาวนิยม เป็นปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบที่ทำให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ยิ่ง เพราะเชื่อว่ามนุษย์มิใช่วัตถุแต่มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึก มีความต้องการ และมีความเป็นตัวของตัวเองผู้คิดค้นปรัชญาอัตถิภาวนิยม คือ ซอเร็น เคียร์เคอกอร์ อัตถิภาวนิยม ปรัชญาอัตถิภาวนิยม เกิดจากคำสองคำ คือ “อัต = ความเป็นอยู่ + ภาวะ = สภาพความมีอยู่” การจัดการสิ่งแวดล้อมจึงมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กจะเรียนรู้และดูดซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น

6.พุทธปรัชญาพุทธปรัชญา ซึ่งได้แนวคิดมาจากพระพุทธศาสนา (Buddhism) และปรัชญาการศึกษาอื่นๆ การศึกษาในพุทธปรัชญา คือ การศึกษาเพื่อให้เข้าใจความจริง เข้าใจความหมายของชีวิต ทั้งดำรงชีวิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กับความจริงโดยใช้เหตุและผล พุทธปรัชญามีจุดมุ่งหมายจะต้องมุ่งพัฒนาโลภ โกรธ หลงให้ลดลง และพัฒนาความรู้ ความจำ นิสัยและอื่นๆในทางที่เหมาะสม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

สรุปย่อการศึกษาไทย

"สรุปย่อการศึกษาไทย"



วิวัฒนาการศึกษาไทย
ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
    การศึกษาสมัยนี้มีบ้านและวัดเป็นศูนย์กลาง บ้านเป็นศูนย์กลางในการขัดเกลาจิตใจสมาชิกในบ้าน วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพระเป็นผู้อบรมสั่งสอนธรรมะ  ผู้ชายนิยมบวชเรียน ส่วนผู้หญิงนิยมเย็บปักถักร้อย

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
     ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ผู้ชายเน้นบวชเป็นพระ ซึ่งศึกษาพระไตรปิฏกส่วนผู้หญิงเน้นการเป็นกุลสตรีที่ดี การเป็นแม่บ้านแม่บ้านเพื่อให้ตัวเองเป็นภรรยาที่ดีของสามี
สถานที่ศึกษาในสมัยนี้แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. บ้าน เป็นสถานที่เริ่มต้นของผู้ชายและผู้หญิงทุกคน โดยอบรมบ่มเพาะจากบิดามารดา
2. วัด เป็นสถานที่ที่ศึกษาสำหรับผู้ชายเป็นพระเพื่อศึกษาพระไตรปิฏก จริยธรรม คุณธรรม ส่วนผู้หญิงจะเรียนเกี่ยวกับฝึกความเป็นกุลสตรี การเย็บปักถักร้อย
3. สำนักราชบัณฑิต สำหรับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ศึกษาวิชาชีพที่สูงขึ้นมา
4. วัง สำหรับเชื้อราชวงศ์ ศึกษาเกี่ยวกับยุทธหัตถี การปกครอง

ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
    ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทหาร เรียนเกี่ยวกับการใช้ดาบ ง้าว ศัสตราวุธ ขี่ม้า ขี่ช้างและตำราพิชัยสงคราม เพื่อนำไปปกป้องการรุกรานจากต่างประเทศ
2. แบบพลเรือน พลเรือนชายจะศึกษาพระไตรปิฏก เลข ภาษาและโหราศาสตร์ โดยมีคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่บวชเรียน จะไม่ได้รับราชการ” ส่วนผู้หญิงเรียนเพื่อออกเรือน เรียนพวกเย็บปักถักร้อย,ทำอาหาร,แกะสลัก เป็นต้น
สมัยอยุธยามีการแต่งหนังสือ "จินดามณี" และตั้งโรงเรียน " มิชชันนารี"

ประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี
    ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ที่วัด พ่อแม่จะพาลูกไปฝากที่วัด โดยมีพระสงฆ์สอนหนังสือ หนังสือที่ใช้ในการอบรมสั่งสอนมีหนังสือจินดามณี ด้านอาชีพ ลูกจะประกอบอาชีพจากพ่อแม่ ซึ่งถ่ายทอดแก่ลูก สตรีนิยมไม่ให้เรียนหนังสือ จะให้เรียนพวกเย็บปักถักร้อย พวกงานบ้านงานเรือนมากกว่า

ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้เด็กชายเข้าวัดให้เรียน อ่าน เขียน หลักคำสอนศาสนา โดยชนชั้นขุนนางจะเรียนปรัชญา เครื่องกล เครื่องมือและกลไก ในสมัยนี้ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ แต่ก็ยังคงมีบางคนสามารถอ่านออกเขียนได้บ้าง

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่
   เริ่มมาจากสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเอาการศึกษาตะวันตกมาเกี่ยวข้องในประเทศไทย มีการเลิกทาสโดยมีความทัดเทียมในการศึกษาและมีการให้ความสำคัญของการศึกษาจนปัจจุบันมีติวเตอร์เข้ามาแทรกแซงเกี่ยวกับการศึกษาไทยมากขึ้น อาจจะส่งผลถึงปัญหาในภายภาคหน้าก็เป็นได้

ประวัติการศึกษาไทย
    การศึกษาไทยสมัยก่อน จะอยู่ที่บ้าน วัด หรือวังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้มีการสอนภาษาอังกฤษในพระราชสำนัก  ตอนยุคเกิดการล่าอาณานิคม จากตะวันตก และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้มีความรู้ทางหนังสือ และทรงเปลี่ยนระบบการศึกษาเดิมเป็นแบบตะวันตกและทรงตั้งโรงเรียนหลวง  คือ "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" พ.ศ. 2427 โดยจัดการศึกษาให้ทัดเทียมกัน และทรงปรับปรุงเป็นโรงเรียนนายทหารมหาดเล็กและได้ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งของประเทศไทยคือ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มาก คือ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เป็นการศึกษาที่ทันสมัยอย่างมากในปัจจุบัน

การพัฒนาการศึกษาไทย
"เจ้านายราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป
ตลอดจนถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียน
ได้เสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่
เพราะฉะนั้น จึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้
จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันจะอุตส่าห์จัดขึ้นให้เจริญให้จงได้"
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ปฏิรูปการศึกษาไทย 1
  การศึกษาไทยเป็นระบบที่ล้มเหลวในการสอนคนอ่าน เขียนได้อย่างแท้จริง
คุณภาพการศึกษาไทยที่พบในโลกจริง
1. เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ในระดับที่จำกัด
2. เด็กไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูง
3. ท่องจำแต่ไม่เข้าใจ
4. บัณฑิตไม่สามารถทำงานได้ ทำงานไม่เป็น เป็นต้น
อะไรทำให้การศึกษาไทยล้มเหลว
1. รัฐไม่ใส่ใจจัดสรรงบประมาณให้น้อย
2. ครูเงินเดือนน้อย คนเก่งไม่มาเป็นครู
3. เด็กไทยเรียนน้อยเกินไป ไม่ขยัน

การปฏิรูปการศึกษาไทย 2
เป้าหมายการศึกษาที่ดี
ความฉลาดทางปัญญา IQ , ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ,ความฉลาดทางสังคม SQ คือ สำนึกในสังคมที่มีความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผู้ที่ศึกษาในอุดมศึกษายังขาดด้านอารมณ์และสังคม สังคมไทยถูกครอบงำด้านวัตถุนิยมของระบบเศรษฐกิจ  ทุนนิยม การศึกษากลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ผู้เรียนเป็นแรงงาน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรงงานผลิตแรงงาน

สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)
การวิจัยของ PISA ในการเปรียบเทียบความสามารถทางด้านการคิด การอ่านและคำนวณ ของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลก พบว่านักเรียนไทยมีการศึกษาด้อยกว่าสิงคโปร์และเวียดนาม และในวิจัย The World Economic Forum พบว่าการศึกษาไทยด้อยที่สุดในสมาชิกอาเซียน ซึ่งแรงงานที่มีประสิทธิภาพทางการศึกษาที่ต่ำนั้นทำให้เกิดปัญหาคอขวดของประเทศ ซึ่งทางสำนักงานรองรับมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางศึกษาได้สำรวจโรงเรียน 30,010 โรงเรียนมี 65% ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แปลว่ามีนักเรียนหนึ่งในสามที่จะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ทำให้รัฐมนตรีได้เห็นปัญหาจึงได้สร้างครูพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ 2009 ถึง 2013 แต่ก็ไม่ทำให้การศึกษานั้นดีขึ้นเลย จนถึงปัจจุบันการศึกษาไทยก็ยังตามหลังประเทศอื่นอีกมาก

ปรัชญาการศึกษา


คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่2

1.  การจัดการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาเป็นแนวทางท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ไม่เห็นด้วย เพราะการศึกษาจะช่วยให้รู้จักคิดวิเคราะห์และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ หากการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาเป็นแนวทางก็จะไม่มีการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์และไม่มีแก่นสารใดๆสำหรับการแก้ปัญหา

2.  ปรัชญากับการศึกษาท่านคิดว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มีความสัมพันธ์กัน เพราะ ปรัชญาเป็นการมุ่งศึกษาเรื่องของความจริงสูงสุดในชีวิต  ส่วนการศึกษาจะมุ่งศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์และวิธีการพัฒนาของมนุษย์ให้มีความเจริญงอกงามของชีวิตที่มีสุข  เพราะฉะนั้นปรัชญากับการศึกษาควรผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อการกำหนดคุณค่าและรู้จักชีวิตของมนุษย์

3.จงวิเคราะห์การจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับหลักสูตร การจัดเรียนการสอนและการบริการทางการศึกษา ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ดำเนินการตามแนวคิดการศึกษาของปรัชญาจิตนิยม วัตถุนิยม ประสบการณ์นิยม อัตถิภาวนิยม
ตอบ โรงเรียนจะเน้นการพัฒนาทางด้านความคิดและจิตใจ  เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพให้แก่ผู้เรียนสร้างความเจริญงอกงามทางด้านจิตใจหรือปรัชญาจิตนิยม,ด้านการเรียนการสอน
จะเน้นการใช้สื่อ(วัตถุนิยม) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง  อาทิเช่น การฟัง,การจดจำคำบรรยายของครูอาจารย์,การอ่านหนังสือ,การค้นคว้าจากตำราและเอกสารทางด้านวิชาการต่างๆทั้งในห้องเรียนและห้องสมุด  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการเรียนการสอน  และเป็นประสบการณ์สำหรับการนำไปใช้หรือประสบการณ์นิยม บทบาทของครูคือเป็นแม่พิมพ์  นั่นคือ เป็นต้นแบบที่ดีและเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกศิษย์  ทั้งทางด้านความรู้และคุณธรรม ซึ่งสามารถถ่ายทอดในความรู้โดยผ่านสัญลักษณ์หรือความเป็นปัจเจกบุคคลหรืออัตถิภาวนิยม

4.  จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มอนุรักษ์นิยมคือ สารัตถนิยม
และนิรันตรนิยม เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกัน เพราะสารัตถนิยมเป็นการผสมผสานระหว่างปรัชญาจิตนิยมและปรัชญาสัจนิยม  ส่วนนิรันตรรตนิยมเป็นความเชื่อทางฝ่ายศาสนาและฆราวาสมาผสมกัน ใช้ความคิดเชิงเหตุผลมาตัดสินในสิ่งต่างๆ

5.  จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มเสรีนิยม(liber view) คือ พิพัฒนาการนิยม(progressive)และปฏิรูปนิยม(reconstructionism) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ เหมือนกัน โดยที่พิพัฒนาการนิยมอาศัยหลักการปรัชญาของการศึกษาสาขาประสบการณ์นิยม พื้นฐานมาจากปรัชญากลุ่มเสรีนิยม  ปฏิรูปนิยม อาศัยแนวความคิดของปรัชญาปฏิวัตินิยมและผนวกความคิดของปรัชญาพิพัฒนาการนิยมเข้าไปแทรกด้วย

6.  จงอธิบายว่า ความดี ความงาม เป็นสิ่งที่วัดได้หรือไม่ จงอธิบาย
ตอบ วัดได้ เพราะความดี คือ สิ่งที่กระทำออกมา ทั้งด้านทางกาย คือการกระทำ และจิตใจคือความคิดที่เรากระทำหรือแสดงออกมา  เป็นผลทางด้านที่จะก่อให้เกิดความสุขทั้งกับตัวของเราและผู้อื่น  เมื่อเราทำดีก็จะเกิดความงาม  แม้มันจะไม่ตายตัวหรือมีเกณฑ์การวัดความคิดแต่ความงามที่เกิดจากความดี หรือผลจากสิ่งดีที่เกิดขึ้นตามมา  ทั้งนี้ก็ต้องดูจากการกระทำของแต่ละบุคคลด้วย

7.  จงเขียนเรียงความเรื่อง โลกทัศน์ของข้าพเจ้าที่มีต่ออาชีพครู
ตอบ    ครูคือผู้สร้างความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์   ความสมบูรณ์ที่เกิดจากการให้อาหารคือการให้ชีวิต  ความสมบูรณ์นี้เกิดจากการให้ความรู้ ความฝึกฝน คือ การให้ประสบการณ์  สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการขัดเกลาให้กระบวนการทางความคิดของเด็กและเยาวชนของชาติคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น  อีกทั้งเป็นคนดีมีคุณธรรมดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
        การที่จะประกอบอาชีพครูให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ครูจะต้องศึกษาหาความรู้และพัฒนาในด้านวิชาการตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อยกระดับความเป็นผู้มีคุณสมบัติของครูที่ดี               
     
8.  ท่านคิดว่าปรัชญาตะวันตกที่เหมาะสมใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาของไทยมากที่สุด  จงอธิบาย
ตอบ ปรัชญาปฏิรูปนิยม เพราะเป็นปรัชญาที่นำไปสู่การปฏิบัติและการพัฒนา  ซึ่งเหมาะสมแก่การศึกษาของไทยเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

9.  ท่านคิดว่า พุทธปรัชญาจะมาพัฒนาการศึกษาของไทยได้หรือไม่ จงอธิบาย
ตอบ พุทธปรัชญาจะมาพัฒนาการศึกษาของไทยได้  เพราะ พุทธปรัชญาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางที่ถูกต้อง  หากมีสติสัมปชัญญะ รู้จักนึกคิดมีเหตุผลก็ช่วยขัดเกลาจิตใจสู่การพัฒนาการศึกษาได้

10.  ท่านคิดว่าปรัชญาที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
จงบอกชื่อและอธิบายการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
มีวิธีการจัดอย่างไร อธิบายยกตัวอย่าง
ตอบ ปรัชญาปฏิบัตินิยม  สอนให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตจริงของผู้เรียน  สร้างศีลธรรมทางสังคม  สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรม  ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์และมีทักษะที่ดี สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆได้

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่1
1.  จงประมวลผลความหมายของคำว่า “การศึกษา” 5นิยามตอบ        1.พลาโต นักปราชญ์ชาวกรีก ได้กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง ความสามารถที่จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นสุขและเป็นทุกข์ได้ในโอกาสที่เหมาะสมและพัฒนาสิ่งที่เป็นความงามและสิ่งที่สมบูรณ์ทุกอย่าง ซึ่งผู้เรียนอาจทำให้เกิดได้                2.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายคำว่า “การศึกษา” ว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้  การฝึก  การอบรม  การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลกความก้าวหน้าทางวิชาการ  สร้างองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการจัดสภาพแวดล้อมสังคม  การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต                3.เพลเล่อร์ นักมนุษยวิทยาอีกคนหนึ่งได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษา เป็นกระบวนการที่ช่วยสร้างจิตใจ นิสัย และความสามารถทางกายให้แก่บุคคล                4.สาโรช  บัวศรี กล่าวว่า การศึกษา คือ การงอกงามหรือพูดอีกที ก็คือ การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน เพื่อผู้เรียนจะได้งอกงามขึ้นตามจุดประสงค์                5.สปินเลอร์ นักมนุษยวิทยา กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดวัฒนธรรม จะเป็นการมุ่งเน้นให้แต่ละคน มีความเป็นตัวของตัวเองในทุกๆด้าน  ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

2.  คำว่า การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรจงอธิบายตอบ        เห็นด้วย เพราะ เมื่อเกิดการเรียนรู้ จะสามารถพัฒนาส่งเสริมให้บุคคลเจริญเติบโตและมีความเจริญงอกงามทางกาย อารมณ์  จิตใจ  สังคมและสติปัญญาจนเป็นสมาชิกของสังคมที่มีคุณธรรม

3.  ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู จงให้นิยามการศึกษาตามความคิดเห็นของท่านตอบ        การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้นั้นเกิดกับบุคคล และสังคม ถ้าเราถือว่าคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้น การเรียนรู้ ก็คือการเรียนรู้ของคนในสังคม

4.  ความมุ่งหมายทั่วไปและความมุ่งหมายเฉพาะเหมือนหรือต่างกันอย่างไรตอบ        เหมือนกัน  เพราะ  ความมุ่งหมายเฉพาะ เป็นความมุ่งหมายที่แยกย่อยจากความมุ่งหมายทั่วไป เป็นเฉพาะเรื่อง เช่น ความมุ่งหมายหลักสูตรแต่ละระดับ,  เฉพาะรายวิชาหรือเนื้อหาวิชา   เป็นต้น

5.  ความมุ่งหมายคืออะไร ความมุ่งหมายการศึกษาระดับชาติ ความมุ่งหมายการศึกษาแต่ละระดับ ความมุ่งหมายระดับหลักสูตร และความมุ่งหมายระดับหมวด และความมุ่งหมายระดับการสอน มีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไรตอบ        ความมุ่งหมาย  คือ  แนวคิดหรือปรัชญาที่บุคคลกำหนดไว้ล่วงหน้า  ในการทำกิจกรรมใดๆโดยมีการวางแผนสำหรับเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้ลุล่วงและเกิดวัตถุประสงค์  ดังนั้น ความมุ่งหมายทุกระดับ  จึงต้องสอดคล้องสัมพันธ์กัน  เพื่อจะได้บรรจุผลลัพธ์และถูกต้องตามกฎหมาย

6.  องค์ประกอบที่ใช้กําหนดความมุ่งหมายของการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบายตอบ  1.ปรัชญาการศึกษา เป็นแนวทางที่กำหนดตามความมุ่งหมาย และกำหนดทิศทาง ให้การศึกษาดําเนินการไปในแนวทางของปรัชญา       2.จิตวิทยาการศึกษา คํานึงถึงผู้เรียนเกี่ยวกับผู้เรียน กระบวนการเรียน การแนะแนว การกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษานําไปสู่พัฒนาการของผู้เรียน วิธีวัดคุณค่า เพื่อกำหนดความมุ่งหมายให้สอดคล้องกับความต้องการ       3.ใการจัดการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม สืบสานวัฒนธรรม ปกครองระบอบประชาธิปไตย ความมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และการดําเนินชีวิตของตนเองให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน       4.บริบทของชุมชน รวมทั้งฐานะทางเศรษฐกิจของคนใน แหล่งวิทยากรของคนในชุมชน ซึ่งการดําเนินการศึกษา อาศัยคนในชุมชน แหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรในท้องถิ่น ความมุ่งหมายจําเป็นต้องนําสิ่งที่กล่าวถึงมากำหนดเป็นความมุ่งหมายของการศึกษา            5.ต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กัน  เป็นวิธีที่ทําให้ทราบว่า การจัดการศึกษาของประเทศต่าง ๆ มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเรา เช่น การเปิดเสรี สมาคมอาเซียน จะมีผลกระทบต่อการศึกษาเราจําเป็นต้องวิเคราะห์สภาพสังคมบริบทของเราและของประเทศในกลุ่มสมาคมอาเซียน แล้วนํามากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายให้สอดคล้องกัน              6.เทคโนโลยี เป็นผลทําให้การจัดการศึกษาสะดวกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว เปิดโลกการติดต่อสื่อสารได้ทุกมุมของโลก จะต้องนําหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์การสอนหลากหลาย การกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประกอบ กับความสะดวกรวดเร็วทันต่อสถานการณ์

7.ทำไมการจัดการศึกษาไทยสมัยต่าง ๆ จึงต้องกําหนดความมุ่งหมายการศึกษา ที่จะบ่งบอกความเป็นมาของการศึกษาไทยได้หรือไม่อย่างไรจงอธิบายตอบ การศึกษาของคนไทยมีความเป็นมาตั้งแต่สุโขทัยจนมาถึงปัจจุบัน  มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกๆด้าน  ทั้งด้านความรู้  ความสามารถและด้านคุณธรรมจริยธรรม สาเหตุที่ทำให้ต้องกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษา  นั่นคืออาศัยบริบทของชุมชน  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม  ซึ่งจากการกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษาในสมัยต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเป็นมาและสภาพของการศึกษาของสังคมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้อย่างรู้แก่นแท้

8. ในฐานะท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ท่านคิดว่าการศึกษามีความสำคัญต่อประเทศอย่างไร จงอธิบายตอบ การศึกษาสำคัญต่อประเทศชาติอย่างมาก  เพราะการศึกษาทำให้คนมีความคิดที่ดี  มีสติปัญญา   มีจิตใต้สำนึกที่ดี เห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ช่วยทำให้คนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุข  การศึกษาถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

9.     แนวคิดพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวว่า การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่มนุษย์ควรจะได้โดยการทำลายซึ่งสัญชาตญาณอย่างสัตว์ แล้วมีการประพฤติกระทำอย่างมนุษย์ที่มีจิตใจสูงโดยสมบูรณ์ และสิ่งที่ดีที่สุดตามหลักศาสนาพุทธที่ว่า กินอยู่อย่างพอดี อย่ากินส่วนเกินอย่าใช้ส่วนเกินเพื่อจะให้เป็นไปได้อะไรอีกอันหนึ่งซึ่งสูงสุดเรียกว่า “บรมธรรม” และการศึกษา เพื่อธรรมาธิปไตยและเป็นเรื่องคนมีปัญญา ต้องมีปัญญาแท้จริงสูงสุด เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบายตอบ  เห็นด้วย  เพราะ  การศึกษาเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้นทั้งทางกาย  จิตใจ และอารมณ์  การมีปัญญาจะต้องมีการศึกษาเล่าเรียน  ฝึกฝนในด้านต่างๆเพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

10.   แนวคิดของนักการศึกษาไทยที่ท่านชอบมากที่สุด 1 ท่าน แสดงทัศนะของท่านต่อแนวความคิดการจัดการศึกษาของไทยตอบ ท่านพุทธทาสภิกขุ  เพราะ  การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด  เพราะ  การศึกษายกระดับจิตใจของมนุษย์ และคุณค่าของมนุษย์ให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องดิ้นรนหรือไขว่หามากมาย การมีปัญญาคือการที่ต้องการศึกษาเล่าเรียน  ฝึกกระบวนการคิดการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาตัวเอง

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่1
1.  จงประมวลผลความหมายของคำว่า “การศึกษา” 5นิยามตอบ        1.พลาโต นักปราชญ์ชาวกรีก ได้กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง ความสามารถที่จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นสุขและเป็นทุกข์ได้ในโอกาสที่เหมาะสมและพัฒนาสิ่งที่เป็นความงามและสิ่งที่สมบูรณ์ทุกอย่าง ซึ่งผู้เรียนอาจทำให้เกิดได้                2.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายคำว่า “การศึกษา” ว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้  การฝึก  การอบรม  การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลกความก้าวหน้าทางวิชาการ  สร้างองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการจัดสภาพแวดล้อมสังคม  การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต                3.เพลเล่อร์ นักมนุษยวิทยาอีกคนหนึ่งได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษา เป็นกระบวนการที่ช่วยสร้างจิตใจ นิสัย และความสามารถทางกายให้แก่บุคคล                4.สาโรช  บัวศรี กล่าวว่า การศึกษา คือ การงอกงามหรือพูดอีกที ก็คือ การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน เพื่อผู้เรียนจะได้งอกงามขึ้นตามจุดประสงค์                5.สปินเลอร์ นักมนุษยวิทยา กล่าวว่า การศึกษา หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดวัฒนธรรม จะเป็นการมุ่งเน้นให้แต่ละคน มีความเป็นตัวของตัวเองในทุกๆด้าน  ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

2.  คำว่า การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรจงอธิบายตอบ        เห็นด้วย เพราะ เมื่อเกิดการเรียนรู้ จะสามารถพัฒนาส่งเสริมให้บุคคลเจริญเติบโตและมีความเจริญงอกงามทางกาย อารมณ์  จิตใจ  สังคมและสติปัญญาจนเป็นสมาชิกของสังคมที่มีคุณธรรม

3.  ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู จงให้นิยามการศึกษาตามความคิดเห็นของท่านตอบ        การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้นั้นเกิดกับบุคคล และสังคม ถ้าเราถือว่าคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้น การเรียนรู้ ก็คือการเรียนรู้ของคนในสังคม

4.  ความมุ่งหมายทั่วไปและความมุ่งหมายเฉพาะเหมือนหรือต่างกันอย่างไรตอบ        เหมือนกัน  เพราะ  ความมุ่งหมายเฉพาะ เป็นความมุ่งหมายที่แยกย่อยจากความมุ่งหมายทั่วไป เป็นเฉพาะเรื่อง เช่น ความมุ่งหมายหลักสูตรแต่ละระดับ,  เฉพาะรายวิชาหรือเนื้อหาวิชา   เป็นต้น

5.  ความมุ่งหมายคืออะไร ความมุ่งหมายการศึกษาระดับชาติ ความมุ่งหมายการศึกษาแต่ละระดับ ความมุ่งหมายระดับหลักสูตร และความมุ่งหมายระดับหมวด และความมุ่งหมายระดับการสอน มีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไรตอบ        ความมุ่งหมาย  คือ  แนวคิดหรือปรัชญาที่บุคคลกำหนดไว้ล่วงหน้า  ในการทำกิจกรรมใดๆโดยมีการวางแผนสำหรับเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้ลุล่วงและเกิดวัตถุประสงค์  ดังนั้น ความมุ่งหมายทุกระดับ  จึงต้องสอดคล้องสัมพันธ์กัน  เพื่อจะได้บรรจุผลลัพธ์และถูกต้องตามกฎหมาย

6.  องค์ประกอบที่ใช้กําหนดความมุ่งหมายของการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบายตอบ  1.ปรัชญาการศึกษา เป็นแนวทางที่กำหนดตามความมุ่งหมาย และกำหนดทิศทาง ให้การศึกษาดําเนินการไปในแนวทางของปรัชญา       2.จิตวิทยาการศึกษา คํานึงถึงผู้เรียนเกี่ยวกับผู้เรียน กระบวนการเรียน การแนะแนว การกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษานําไปสู่พัฒนาการของผู้เรียน วิธีวัดคุณค่า เพื่อกำหนดความมุ่งหมายให้สอดคล้องกับความต้องการ       3.ใการจัดการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม สืบสานวัฒนธรรม ปกครองระบอบประชาธิปไตย ความมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และการดําเนินชีวิตของตนเองให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน       4.บริบทของชุมชน รวมทั้งฐานะทางเศรษฐกิจของคนใน แหล่งวิทยากรของคนในชุมชน ซึ่งการดําเนินการศึกษา อาศัยคนในชุมชน แหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรในท้องถิ่น ความมุ่งหมายจําเป็นต้องนําสิ่งที่กล่าวถึงมากำหนดเป็นความมุ่งหมายของการศึกษา            5.ต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กัน  เป็นวิธีที่ทําให้ทราบว่า การจัดการศึกษาของประเทศต่าง ๆ มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเรา เช่น การเปิดเสรี สมาคมอาเซียน จะมีผลกระทบต่อการศึกษาเราจําเป็นต้องวิเคราะห์สภาพสังคมบริบทของเราและของประเทศในกลุ่มสมาคมอาเซียน แล้วนํามากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายให้สอดคล้องกัน              6.เทคโนโลยี เป็นผลทําให้การจัดการศึกษาสะดวกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว เปิดโลกการติดต่อสื่อสารได้ทุกมุมของโลก จะต้องนําหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์การสอนหลากหลาย การกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประกอบ กับความสะดวกรวดเร็วทันต่อสถานการณ์

7.ทำไมการจัดการศึกษาไทยสมัยต่าง ๆ จึงต้องกําหนดความมุ่งหมายการศึกษา ที่จะบ่งบอกความเป็นมาของการศึกษาไทยได้หรือไม่อย่างไรจงอธิบายตอบ การศึกษาของคนไทยมีความเป็นมาตั้งแต่สุโขทัยจนมาถึงปัจจุบัน  มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกๆด้าน  ทั้งด้านความรู้  ความสามารถและด้านคุณธรรมจริยธรรม สาเหตุที่ทำให้ต้องกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษา  นั่นคืออาศัยบริบทของชุมชน  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม  ซึ่งจากการกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษาในสมัยต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเป็นมาและสภาพของการศึกษาของสังคมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้อย่างรู้แก่นแท้

8. ในฐานะท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ท่านคิดว่าการศึกษามีความสำคัญต่อประเทศอย่างไร จงอธิบายตอบ การศึกษาสำคัญต่อประเทศชาติอย่างมาก  เพราะการศึกษาทำให้คนมีความคิดที่ดี  มีสติปัญญา   มีจิตใต้สำนึกที่ดี เห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ช่วยทำให้คนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุข  การศึกษาถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

9.     แนวคิดพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวว่า การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่มนุษย์ควรจะได้โดยการทำลายซึ่งสัญชาตญาณอย่างสัตว์ แล้วมีการประพฤติกระทำอย่างมนุษย์ที่มีจิตใจสูงโดยสมบูรณ์ และสิ่งที่ดีที่สุดตามหลักศาสนาพุทธที่ว่า กินอยู่อย่างพอดี อย่ากินส่วนเกินอย่าใช้ส่วนเกินเพื่อจะให้เป็นไปได้อะไรอีกอันหนึ่งซึ่งสูงสุดเรียกว่า “บรมธรรม” และการศึกษา เพื่อธรรมาธิปไตยและเป็นเรื่องคนมีปัญญา ต้องมีปัญญาแท้จริงสูงสุด เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบายตอบ  เห็นด้วย  เพราะ  การศึกษาเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้นทั้งทางกาย  จิตใจ และอารมณ์  การมีปัญญาจะต้องมีการศึกษาเล่าเรียน  ฝึกฝนในด้านต่างๆเพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

10.   แนวคิดของนักการศึกษาไทยที่ท่านชอบมากที่สุด 1 ท่าน แสดงทัศนะของท่านต่อแนวความคิดการจัดการศึกษาของไทยตอบ ท่านพุทธทาสภิกขุ  เพราะ  การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด  เพราะ  การศึกษายกระดับจิตใจของมนุษย์ และคุณค่าของมนุษย์ให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องดิ้นรนหรือไขว่หามากมาย การมีปัญญาคือการที่ต้องการศึกษาเล่าเรียน  ฝึกกระบวนการคิดการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาตัวเอง